หน้ากากป้องกันสารพิษ

สุรศักดิ์ ไวทยวงศ์สกุล

 

        ทุกครั้งที่เราได้ยินข่าวว่าจะมีการทำสงครามโดยใช้อาวุธเคมีหรือชีวภาพ สิ่งหนึ่งที่มักจะได้ยินควบคู่กันไปก็คือ ‘หน้ากาก’ สำหรับใช้ป้องกันสารพิษ อันที่จริงแล้ว แม้ในยามปกติ หน้ากากสำหรับป้องกันสารพิษก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับฝุ่นหรือสารพิษ เช่น คนงานเหมือง คนงานในโรงงานเคมี พนักงานดับเพลิง เป็นต้น ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับหน้ากากมานำเสนอ

         หน้ากากอาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดตามลักษณะการสวมใส่ ที่ใช้กันทั่วไปคือหน้ากากชนิดที่ครอบเฉพาะจมูกและปาก หรือที่เรียกว่าหน้ากาก ‘ครึ่งหน้า’ (half-mask) แต่ในบางสภาวะแวดล้อมที่มีสารหรือเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้นั้น จำเป็นต้องใช้หน้ากากชนิด ‘เต็มหน้า’ (full-face) ซึ่งจะป้องกันทุกส่วนของใบหน้าจากสารอันตรายเหล่านั้นได้ หน้ากากที่ดีควรมีราคาถูกและใช้งานง่าย รวมถึงควรต้องกระชับรับกับรูปหน้าของผู้สวมใส่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศซึมผ่านตามขอบหน้ากาก หน้ากากทั้งสองชนิดนี้จะมีไส้กรองซึ่งเป็นตัวที่จะทำหน้าที่กรองอากาศให้บริสุทธิ์ กระบวนการกรองของไส้กรองมีหลายวิธี ซึ่งไส้กรองแต่ละอันจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีรวมกัน ได้แก่

                1. การกรองอนุภาค การกรองวิธีนี้จะใช้ไส้กรองที่ทำจากวัสดุที่สามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าขนาดรูพรุนของมัน เช่น ผ้า กระดาษกรอง เป็นต้น ไส้กรองปัจจุบันสามารถจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนซึ่งสามารถจับเชื้อโรคส่วนใหญ่ได้ อย่างไรก็ดีไส้กรองชนิดนี้ไม่สามารถป้องกันสารเคมีได้ดีนัก

                2. การดูดซับเคมี ไส้กรองชนิดนี้จะทำหน้าที่จับโมเลกุลของสารเคมีเอาไว้บนพื้นผิวของตัวมัน  สารที่ใช้ทำไส้กรองที่นิยมก็คือ ถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) ซึ่งมีรูพรุนขนาดเล็กมากกระจายอยู่ในเนื้อ จึงมีพื้นที่ผิวสูงมากถึง 200-3000 ตารางเมตรต่อน้ำหนัก 1 กรัม ทำให้สามารถดูดซับสารเคมีเอาไว้ที่พื้นผิวได้ดี อย่างไรก็ตาม ถ่านกัมมันต์จะใช้ได้ดีเฉพาะสารเคมีที่คาร์บอนเป็นองค์ประกอบ (สารอินทรีย์) หากเป็นสารชนิดอื่นๆ การดูดซับจะไม่ได้ผลดีนัก

                3. การทำปฏิกิริยาเคมี ไส้กรองชนิดนี้จะมีสารเคมีทำปฏิกิริยากับสารพิษให้เปลี่ยนเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น การใช้สารโซเดียมไธโอซัลเฟต (sodium thiosulfate) เพื่อป้องกันแก๊สคลอรีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้น

                ไส้กรองแต่ละอันจะมีอายุใช้งานได้จำกัด การเสื่อมสภาพของไส้กรองเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพตามปกติเมื่อใช้เป็นระยะเวลานานๆ การฉีกขาดหรือมีรอยรั่ว ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการกรองเสียไป

 

เรียบเรียงจาก

กลับไปหน้าแสดงรายการ