สมาร์ทบรา บราอัจฉริยะ

กฤษณา ศิรเลิศมุกุล

    ในขณะที่เราเลือกหาชุดชั้นในที่เราคิดว่าสวยถูกใจ และสวมใส่ได้พอเหมาะกำลังพอดีอยู่นั้น เราแน่ใจได้หรือไม่ว่า ชุดชั้นในเหล่านั้นจะใส่ได้สบายจริงๆ 

    ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรีย ผู้กำลังสร้างนวัตกรรมใหม่ของชุดชั้นในสตรีในอนาคต ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกี่ยวกับความหมายของคำว่าชุดชั้นใน โดยพวกเขาเรียกมันว่า “สมาร์ทบรา” โดยที่ “สมาร์ทบรา” นี้มีสมบัติพิเศษคือ สามารถปรับให้มีความกระชับและยืดหยุ่นได้พอดีกับขนาดและรูปทรงยามสวมใส่ เน้นความเหมาะสมพอดี สำหรับนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายโดยเฉพาะ โดยจะช่วยป้องกันความเจ็บและอันตรายที่จะเกิดในระหว่างการออกกำลังกาย โดยสมบัติพิเศษของพอลิเมอร์ที่ใช้เป็นโครงสร้าง จะปรับสภาพชุดชั้นในให้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสรีระหน้าอกขณะเคลื่อนไหวตลอดเวลาให้เหมาะสม ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกอึดอัด

     ในระยะเริ่มแรกของ “สมาร์ทบรา” เริ่มจากการศึกษาสมบัติทางกายภาพของสรีระหน้าอกขณะเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย ด้วยปัจจัยกำหนดที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้นักออกแบบสามารถที่จะออกแบบชุดชั้นในได้ในแบบที่ต้องการ เนื่องจากปัญหาสำคัญประการหนึ่งของการออกแบบชุดชั้นในของนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการออกกำลังกายคือ จะต้องออกแบบมาให้กระชับรับกับสัดส่วนพอดี ไม่มีความยืดหยุ่นหรือกระชับเกินไป อันทำให้ผู้สวมใส่มักเกิดปัญหาเจ็บได้ ทั้งในส่วนของกระดูกไหปลาร้าและหน้าอก เนื่องจากการออกกำลังกายมากเกินไป และในขั้นต่อมาของการศึกษาวิจัย คือศึกษา พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของสรีระหน้าอก ในขณะออกกำลังกาย โดยการสร้างแบบจำลองสรีระหน้าอกขณะเคลื่อนไหวขณะสวมใส่บรา และบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงได้ออกแบบชุดชั้นใน ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว และช่วยควบคุมให้พอดีกับสรีระ โดยใช้ส่วนผสมที่มีพอลิเมอร์พิเศษ เป็นโครงสร้างที่ทำงานใน 2 ระบบ คือ กระตุ้นและตอบสนอง เรียกว่าเป็นพอลิเมอร์เซนเซอร์ (polymer sensors) โดยมีหลักการคือ พอลิเมอร์ส่วนแรก จะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์แรงกระทำต่อสรีระหน้าอก และกระตุ้นให้พอลิเมอร์ส่วนที่สองทำงาน เมื่อพบว่ามีการเคลื่อนไหวที่มากเกินระดับปกติ จากนั้น พอลิเมอร์ส่วนที่สองก็จะทำหน้าที่ในการตอบสนอง โดยการบีบให้กระชับหรือคลายตัว ให้เหมาะสมกับโครงสร้างสรีระ ผู้สวมใส่จึงไม่รู้สึกอึดอัด โดยการส่งต่อการทำงานในระหว่างพอลิเมอร์ทั้งสองชนิดนี้ จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีเรื่องของการใช้พลังงานไฟฟ้าใดๆ มาเกี่ยวข้อง จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย และเป็นข่าวดียิ่งสำหรับผู้ที่สนใจว่า “สมาร์ทบรา” ในรูปแบบเริ่มแรก น่าจะมีการนำออกจำหน่ายได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้

 

เอกสารอ้างอิง

  • http://www.beyond2000.com/news/story638.html

กลับไปหน้าแสดงรายการ